นมัสเต...เนปาล (6)

posted on 02 May 2009 23:43 by noopau in travel

หลังจากที่เราทั้งห้าอิ่มหมีพีมันกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ก็ได้เดินทางกลับโรงแรม  ลุงแวะซื้อเบียร์ตามเคย

คราวนี้พี่วีซื้อด้วย  ลุงเลยมีเพื่อนกินเบียร์

เราจำไม่ได้แล้วว่าสรุปแล้วคืนนั้นลุงกับพี่วีได้กินเบียร์ด้วยกันกี่กระป๋อง

เพราะเรามัวแต่เก็บของ(อันรกรุงรัง) แล้วรีบอาบน้ำนอน  

เช้าวันต่อมา  ลุงตื่นก่อนเราตามเคย  แต่เราอาบน้ำก่อนลุง

เพราะลุงมัวแต่นั่งเช็คข่าวสารจากประเทศไทยทางเนทบุคที่ลุงหิ้วมาด้วย

แล้วเราก็ลงกันมา ที่ล๊อบบี้โรงแรมพบว่าไกด์มารออยู่แล้ว

เช้าวันนี้พวกเราทั้ง 5 ไม่มีใครได้กินอาหารเช้าที่โรงแรมเลย(ขาดทุนนะเนี่ย)

ไกด์พาพวกเราเดินมาขึ้นรถประจำทางเพื่อที่จะไปโพคารากัน

ช่างเป็นการเดินทางที่ไกลเสียนี่กระไร  เราเดินไปบ่นไป

ลุงหันมาบอกว่าแล้วอย่างนี้จะไปเทรกกิ้งหรอ???

เหอ เหอ เหอ (คิดในใจ "ไม่มีทาง")

เราทั้ง 5 เดินกันไปได้พักใหญ่ ๆ ก็ถึงท่ารถ 

ส่งกระเป๋าให้เด็กรถเอาขึ้นไปวางไว้บนหลังคา

แล้วพวกเราก็ขึ้นมานั่งรอบนรถ  พี่วี ลุง พี่นุ่น และพี่ยิ้ม ลงไปหาชากินข้างล่าง

แต่เราไม่ลงไป  ไม่กล้ากิน  เหอ เหอ เหอ กลัวท้องเสียอ่ะ

รถที่พาพวกเราไปลักษณะแบบนี้แหล่ะ แต่บนหลังคาจะเต็มไปด้วยเป้และกระเป๋าเดินทาง

รถที่จะพาพวกเราเดินทางไป  เป็นรถขนาดเท่า ๆ กับรถเมล์บ้านเรา

ไม่มีแอร์  เบาะเป็นกำมะหยี่(อมฝุ่น)  และเบาะปรับไม่ได้ด้วยนะ

เราไม่ใช่คุณหนูมาจากไหนหรอกนะ  แต่ที่บ่นถึงรถซะขนาดนี้

เพราะมันเป็นพาหนะที่ต้องฝากชีวิตไว้กับมันถึง 7 ชั่วโมง

และมีเพื่อนร่วมทางเป็นประชาชน สหประชาชาติ  เหอ เหอ เหอ

มีทั้งแถบเอเซียและแถบยุโรป  แต่ประชาชนพื้นที่นี่สิ

น่าหนักใจ (แอบบอก ลุงโดนคนข้างหน้าถ่มน้ำลายแล้วน้ำลายกระเด็นใส่ลุงด้วยแหล่ะ)

ออกเดินทางประมาณ 7 โมงเช้า ตอนออกเดินทาง  แรก ๆ เราก็ตื่นตาตื่นใจกับสองข้างทาง 

ไหนจะภูเขา  แม่น้ำ  อีกทั้งยังรถที่วิ่งสวนไปมา 

วิวสองข้างทาง และเพื่อนร่วมทางที่เป็นญี่ปุ่น

แต่สักพัก  เราก็หลับโงกไปเงกมา  หูก็เสียบไอพอดไว้ 

เพลงก็รันไปเรื่อย ๆ ผสมกับเสียงเพลงท้องถิ่นเนปาลที่คนขับรถเปิดให้ฟัง

ประมาณเก้าโมงหรือสิบโมงไม่แน่ใจก็ถึงจุดพักรถ  ไกด์ก็แยกไปกินข้าวในร้านอาหาร

พวกเราทั้ง 5 ตกลงกันว่า  ข้ามไปกินฝั่งตรงข้ามดีกว่า 

เราคิดง่าย ๆ แค่ว่าไม่ต้องไปต่อคิว  แต่อีก 4 คนที่เหลือคิดยังไงไม่รู้

แต่ก็ตามกันมา  จุดที่จอดพักรถเพื่อให้กินข้าวนั้นมีรถประจำทางจอดหลายคันมาก

พอข้ามฝั่งมาก็เจอกับร้านอาหารพื้นเมืองของคนเนปาล

เค้าทำครัวกันหน้าบ้านโดยใช้ดินก่อเป็นเตาอย่างที่เห็นในรูป 

เพื่อน ๆ ทั้ง 4 กินอาหารเซทเนปาล

สำหรับเรากินอะไรให้ทาย  เหอ เหอ เหอ เราว่าหลาย ๆ คนทายถูกแน่นอน

เรากินมาม่าค่ะ  มาม่าเนปาลด้วย  ก็ไวไว รสดั้งเดิมบ้านเรานั่นแหล่ะ

ซองก็คล้ายกันต่างกันตรงภาษาที่เขียนบนซอง

อาหารเซทไม่ค่อยน่ากินเท่าไหร่ มีมันฝรั่งทอดเค็ม ๆ 

ปลาตัวเล็ก ๆ ทอด (เราไม่กินปลาอยู่แล้ว) มีผัดผักที่น่าจะผัดกับผงกระหรี่และพริกแกง

และก็มีแกงกะหรี่ที่มีแต่ถั่วกับมัน  กินกับข้าวเปล่า

(ตอนหลังพวกเรามารู้ว่าอาหารเซทเนปาลจะเติมได้ตลอดจนกว่าจะอิ่ม  ก็จนวันที่จะกลับแล้ว)

แต่เราก็แอบกินข้าวเปล่ากับผัดผักของพี่วีไปหลายคำเหมือนกัน

เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปอาหารเซทเนปาลไว้ให้ดู  แต่เค้าจะใช้ถาดหลุมใส่มาให้

 

เราเห็นถาดหลุมแล้วนึกถึงเด็ก ๆ ที่นี่เลย  เพราะใช้ถาดหลุมกินข้าว

 (ขอนอกเรื่องเนปาลนิดนึงนะ) ที่เด็ก ๆ ต้องใช้ถาดหลุมกินข้าวเพราะ 

เราป้องกันเรื่องโรคติดต่อทางน้ำลาย เช่น วัณโรค หวัด 

โรคปอด  ไวรัสต่าง ๆ เช่น ไวรัสเอ,บี,ซี  แต่ HIV ไม่ติดกันทางน้ำลายนะคะ

ทานข้าวอย่าลืมใช้ช้อนกลางนะคะ ถึงแม้จะทานกับบุคคลในบ้านก็ตาม

 

อ่ะมาต่อ ๆ ๆ  พอทานข้าวเสร็จพวกเราก็ถูกเรียกให้ขึ้นรถเพื่อเดินทางต่อ

เราขึ้นรถก็หลับต่อ  เพราะมันเป็นกิจกรรมที่น่าทำที่สุดเวลาเดินทางนาน ๆ 

ประมาณเที่ยง  รถก็พักให้กินข้าวกลางวันอีก  แต่เนื่องจากพวกเรายังไม่หิว 

เพราะเพิ่งกินกันมาเมื่อสักครู่ (ด้วยอาการกินกระหน่ำเพราะไม่ได้กินข้าวเช้ามาก่อน)

เลยตกลงกันว่าไม่กินดีกว่า  ตอนแรก  เห็นเค้าจัดบุฟเฟต์ไว้ก็นึกว่าฟรี

แล้วก็ด้วยความงก  ก็เลยคิดว่าไหน ๆ ก็ฟรีกินซะหน่อยดีกว่า

แต่เปลาเล๊ยยยย คิดหัวละ 250 รูปีค่ะ เป็นเงินไทยก็ประมาณ 125 บาท

เราก็เลยไม่กินกันค่ะ  แต่ลุงไปตักมากินโดยที่ไม่รู้และไม่ได้จ่ายเงิน(ในตอนแรก)

เรากับพี่นุ่นซื้อน้ำอัดลมกินกัน  แล้วแอบมาแจมหมี่ซั่วของลุง

พร้อมทั้งไปซื้อครัวซองมากินกันคนละอัน  เป็นอะไรที่ห่วยแตกมากกกกก

ไม่อร่อยเลย   ขนาดงก ๆ อย่างเรายังยอมทิ้งไปไม่กินต่อ

(ลุงย้อนไปจ่ายเงินค่าอาหารแล้วนะ)

และแล้วก็ถึงเวลาออกเดินทางอีกครั้งหนึ่ง 

 

เราก็ขึ้นมาหลับต่อบนรถ  เราหลับ ๆ ตื่น ๆ มาตลอดทางนะ

ไม่ได้หลับสบายอย่างที่คิด  เพราะตลอดเวลารถที่วิ่งสวนทางกันไปมาในเนปาล

มักจะบีบแตรเสียงดัง  เพื่ออะไรไม่รู้  ทุกวันนี้ก็ไม่รุ้ว่าบีบทำไม  

ถ้าไปเนปาลคราวหน้าจะทำโล่ห์ไปแจกแล้ว  บีบกันดีนัก สงสัยอยากได้โล่ห์

คนขับรถทีนี่ขับกันเก่งมาก  ทางที่เราไปจะเป็นเขาไปเกือบ ๆ ตลอดทาง

ขึ้น ๆ ลง ๆ ใครที่เคยไปปาย ไปแม่ฮ่องสอน  ก็นั่นแหล่ะค่ะ น้อง ๆ เลย

แต่บ้านเราชันกว่า  บ้านเค้าไม่ค่อยชัน  แต่ก็คดไปคดมาพอ ๆ กัน

เค้าสามารถขับรถบัสวิ่งสวนกันได้  บนไหล่เขา  โดยที่เราไม่เคยต้องลุ้นเลย

(เพราะหลับ) รถบัสบางคันมีคนนั่งบนหลังคาด้วย  ไม่เข้าใจว่า ไม่กลัวกันหรอเนี่ย

ประมาณบ่าย 2 พวกเราก็ถึงโพคาราโดยสวัสดิภาพ

ไกด์พาเข้าไปในโรงแรม  โรงแรมที่เราไปพักอยู่ในสุดเลย

เดินไปบ่นไปอีกรอบนึง  

พอถึงโรงแรมไกด์ก็นัดว่าประมาณ 4 โมงเย็นจะมารับเพื่อพาไปนั่งเรือไปไหว้พระกัน

เพราะช่วงสงกรานต์บ้านเรา(ปีใหม่ไทย) ก็ตรงกับวันปีใหม่ของเนปาลเหมือนกัน

ทำให้มีคนออกมาไหว้พระขอพรวันปีใหม่กันเยอะ

เราทั้ง 5 ก็ออกมาหาอะไรกินกันเพื่อรอเวลานัดไกด์

  แล้วไกด์ก็พาเราไปที่  phewa lake ที่นี่คล้าย ๆ ห้วยตึงเฒ่าที่เชียงใหม่เลย

มีเรือให้เช่าพายด้วย  แต่ของเราไกด์เหมาเรือให้  พวกเราก็นั่งกันไปเพื่อให้ครบชั่วโมง

เพราะไม่มีอะไรทำกัน  บรรยากาศก็โอเค  ไม่ร้อนไม่หนาว  เห็นคนเนปาลเยอะมาก ๆ 

ที่มาพักผ่อนที่เลค  เราก็คุยกันว่าสงสัยเค้าไม่รู้จะไปไหนกันมั้ง