ถวายระฆัง จ.น่าน (3)
posted on 31 Oct 2009 20:24 by noopau in travelคำเตือน รูปเยอะมากกกกกกกกก เปิดไว้ก่อนแล้วไปต้มมาม่ากลับมาถึงจะได้ดู
ว่าจะไม่อัพเอนทรีแล้วเชียวนะ แต่มันมีต่อเนื่อง ช่วงนี้ติดผู้ชายอย่างแรง ไม่อยากทำอะไรเลยนอกจากจ้องมองผู้ชายผ่านจอ 55555 ติดหนังเกาหลีค่ะ เนื่องจากเพื่อน ๆ โทรมาเมาส์กันอย่างเมามันว่า F4 หนุกมากกกกกกกกก ผู้ชายหล่อมากกกกกกกก ไอ้เราก็ด้วยความที่ต้องเสพผู้ชายเพื่อความกระชุ่มกระชวย เลยต้องไปหามาดู เคยดูแต่เวอร์ชั่นไต้หวัน เต้าหมิงซื่อ ไม่เคยดูเกาหลีก็เลยเอาวะ หามาดูดีกว่า 555555 พอดูแล้วอิปอติดลมค่ะ
มาถวายระฆังกันต่อดีกว่า จริง ๆ แล้วจะอัพให้ได้ 4 เอนทรี แต่ขี้เกียจ เอาแค่ 3 พอเนาะ คนอ่านก็ท่าทางขี้เกียจอ่านกันทั้งนั้น
24 ต.ค. 52
เช้า 6.00 น. เสียงระฆังดังอีกแล้ว เราก็ปลุกหลาน ๆ ไปอาน้ำแต่งตัวเพื่อที่จะไปใส่บาตรตอนเช้า วันนี้เรากับนกไม่ไปใส่บาตร เนื่องจากว่า เราสองคนกลัวว่าจะได้ขึ้นสวรรค์ แล้วไม่เจอใครบนสวรรค์ เพื่อน ๆ เราคงไปนรกกันหมด เรากับนกก็เลยไม่ใส่บาตร ตั้งปณิธานกันไว้ว่า ไปนรกกันดีกว่าเพื่อนเยอะดี 5555555555
แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่หรอกค่ะ เราเห็นว่าไม่มีประโยชน์อะไรในการใส่บาตร ในเมื่อที่ของใส่บาตรเราไม่ได้เป็นคนเตรียมมา ชาวบ้านเป็นคนเตรียม ก็เลยไม่ไปใส่กัน เราไม่รู้ว่าจะได้บุญตรงไหนในการใส่บาตรของของคนอื่น
หลังจากที่เค้าใส่บาตรกันเสร็จแล้ว ก็มีพิธีบายศรีสู่ขวัญพวกเรา ชาวบ้านตัั้งใจทำให้ เห็นแล้วก็ซึ้งใจค่ะ เค้าให้พวกเราเอาเสื้อตัวที่จะใส่เดินทางกลับมาเข้าพิธีด้วย เพื่อที่จะได้เดินทางปลอดภัย แล้วก็เดินมากินข้าวกัน มื้อเช้าก็มีกับข้าวเมือง อร่อยดีเหมือนกัน แถมชาวบ้านทำข้าวเหนียวหมูทอดใส่รถให้ไปกินกลางวันอีก วันนีี้เค้าพาเราไปเที่ยวในตัวเมืองน่าน อันดับแรกก็ไปไหว้ศาลหลักเมืองกันก่อน ส่วนใหญ่วัดและศาสนสถานในจังหวัดน่านจะเป็นปูนปั้นลวดลายสวยงาม แถมวัดและสถานที่ต่าง ๆ อยู่ในระแวกเดียวกันอีกต่างหาก เดินนิด ๆ หน่อย ๆ ก็ถึงกันแล้ว
รูปนี้เอามาฝากคุณช้างต้นโดยเฉพาะเลยนะเนี่ย
โปรดสังเกตความบวมความอืดของเรา 55555 น้ำหนักจะ 60 แล้ว(แต่ยังโดดขึ้นนะ)
พวกเราแวะเข้าวัดโน้นออกวัดนี้ ไปเที่ยวพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จ.น่านด้วย ไปดูนิทรรศการรูปถ่าย เห็นแล้วตื่นตาตื่นใจ สวยมากกกกกกก ไม่รู้ว่าชาติไหนจะถ่ายรูปได้สวยอย่างเค้า รูปพวกนั้นถ่ายโดยกลุ่ม สห+ภาพ ใครว่างๆ ผ่านไป ไปแวะดูได้นะคะ
วัดที่พวกเราไปก็มีวัดพระธาตุช้างค้ำ วัดภูมินทร์ วัดมิ่งเมือง วัดอะไรอีกหว่า จำไม่ได้ละ อยู่แถว ๆ นั้นนั่นแหล่ะ อะไรข่วงสักอย่าง แบบว่าความจำสั้น ความฝันยาวค่ะ ผ่านมาหลาย ๆ วันจำไม่ได้ละ 5555555
พระในลูกกรง(สงสัยกลัวขโมย)
พระทันใจ หรือหลวงพ่อทันใจ เจอแทบทุกวัดเลยค่ะ
(ถ้าจำไม่ผิด) วัดมิ่งเมือง
นรกภูมิที่อยู่ของเรากะอินก
มองจากในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน จะเห็นพระธาตุช้างค้ำ
วัดภูมินทร์ (ถ้าจำไม่ผิดอีกเหมือนกัน)
วัดพระธาตุเขาน้อย อันนี้จำได้
หมู่บ้านประมงปากนาย
แล้วพวกเราก็ออกมาเที่ยวนอกเมืองกันแวะเที่ยววัดพระธาตุเขาน้อย หมู่บ้านประมงปากนาย เสาดินนาน้อย แล้วก็กลับเข้ามาในวัด วันนี้เราหนีการทำวัดเย็นไม่พ้น มาถึงก็กินข้าวเย็นกันก่อน แล้วก็ต้องสวดมนต์เย็น สวดบทยาวเลยนะ นั่งสมาธิ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง นาน ๆ ทำอะไรแบบนี้ทีก็สงบดีเหมือนกัน แต่ให้ทำบ่อย ๆ เราอาจทำได้ไม่ดี เพราะสวดมนต์ ขนาดอ่านตามหนังสือ ยังอ่านภาษาบาลีผิด ๆ ถูก ๆ เสร็จแล้วพวกเราก็เอาเงินทำบุญที่เหลือ ติดต้นผ้าป่ากัน แล้วแยกย้ายกันไปอาบน้ำนอน
วัดพระธาตุช่อแฮ จ.แพร่
ขากลับก็แวะเที่ยวที่จ.แพร่ แวะพระธาตุช่อแฮ ซึ่งตรงกับปีเกิดของนุ้ยกับปาณัสม์หลานเรา จริง ๆ แล้วเป็นอะไรที่ไม่ได้ตั้งใจ พวกเราไม่ได้ศึกษาก่อนไปเลยว่า ต้องแวะที่ไหน ทำอะไรยังไง คนขับรถแนะนำตลอด มืออาชีพจริง ๆ แต่หงุดหงิดใจนิดนึงตรงที่พาไปกินข้าวที่จ.แพร่ แล้วเข้าไปเจอเสื้อแดงค่ะ อยากจะเดินออกเดี๋ยวนั้นเลย แต่พอดีหันไปเห็นรูปพระอาจารย์ สติกลับคืนมา แล้วบอกว่ากินก็ได้ฟระ 5555555555
พระพุทธชินราช จ.พิษณุโลก
ออกจากจ.แพร่ ก็แวะดูโน่นซื้อนี่ แวะดูเฟอร์นิเจอร์ไม้ แวะซื้อของฝาก แต่เราไม่ได้ซื้ออะไรกลับมา แล้วก็เดินทางต่อ แวะกินข้าวเย็นที่นครสวรรค์ กลับมาถึงลพบุรี 4 ทุ่มกว่าแล้ว เราแวะไปส่งหลานทั้งสามที่บ้านน้องชาย แล้วขับรถกลับมา นอนที่ทำงาน พร้อมกับข่าวร้าย แดงเดือด!!!!
จบแล้วค่ะทริปทำบุญ คงหาโอกาสไปแบบนี้อีกยากแล้ว เพราะเรารู้ตัวว่า เรามักจะมีข้ออ้างกันเสมอ ๆ ว่าไม่ว่าง ทั้ง ๆ ที่เราก็มีเวลาว่าง แต่เวลาว่างเรามักเอาไปทำอย่างอื่น เช่นเที่ยวในที่ที่เราอยากไป มักไม่ค่อยนึกถึงการเที่ยววัดวาอาราม แต่สำหรับเรื่องทำบุญ เราก็ทำของเราบ่อย ๆ ตามประสาเรา อยากทำมากก็ทำ อยากทำน้อยก็ทำ มีมากทำมาก มีน้อยทำน้อย ไม่ให้เบียดบังเงินในกระเป๋า ทำตามที่ตัวเองตั้งใจจะทำ เพราะเราคิดว่าถ้าทำบุญแล้วตัวเองเดือดร้อน เราไม่ได้บุญ เราทำบุญเพื่อความสบายใจของตัวเอง ถ้าวันไหนทำบุญแล้วไม่สบายใจ ทำบุญแล้วทุกข์ เราก็จะไม่ทำ เราชอบใส่ซองทำบุญมากกว่าที่จะไปทำเองที่วัด (นี่ในกรณีของการทำบุญ)
จริง ๆ แล้วส่วนตัวเราไม่ค่อยชอบทำบุญใส่บาตร หรือสังฆทานเท่าไหร่นัก เป็นมาตั้งแต่ก่อนมาทำงานที่นี่อีก เป็นคนที่อยู่วัดแต่ไม่ค่อยชอบทำบุญ เราชอบทำทานมากกว่า เราว่าทำทานมันเห็นผลเลยในชาตินี้ เวลาเราให้ทานใคร เรามักเห็นรอยยิ้มและความสุขกลับมาเสมอ ๆ การทำบุญใส่บาตร ที่เค้าบอกว่าเก็บไว้กินชาติหน้า เราไม่รู้ว่าชาติหน้าเราจะยังจำได้มั้ยว่าเราทำอะไรใส่ลงไปในบาตร แล้วเราจะจำชาตินี้ของเราได้มั้ยว่าทำดีทำชั่วอะไรไป เราคิดเสมอว่า คนเราเกิดมาเพื่อใช้กรรม และเดินทางไปสู่ความตาย ที่ทุกคนหนีไม่พ้น ถ้าเราตายเราถือว่าดับสูญ ไม่เจ็บ ไม่ปวด ไม่หิว (แต่ไม่รู้จริงหรือเปล่านะอันนี้เราคิดเอง) ก็คงไม่รู้แล้วว่าอะไรที่ทำกับพระ อะไรที่ทำบุญไป มันจะได้ตอนไหน แต่ทำทานเราได้เห็น ๆ เลย เห็นความสุข เห็นรอยยิ้ม มันอิ่มเดี๋ยวนั้น อิ่มใจ
แต่เราก็ยังเชื่อในศาสนาพุทธอยู่ ยังเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม การเวียนว่ายตายเกิด ยังเชื่อเรื่องพวกนี้อยู่ แต่เราไม่รู้ไง ว่าชาติที่แล้วกับชาติหน้ามันเป็นยังไง ขอทำแค่ชาตินี้ก่อนแล้วกัน เพราะเราคงระลึกชาติไม่ได้ เรายังไม่เรู้เลยว่าทุกวันนี้ที่เราเกิดมา ชาติที่แล้วเราไปทำอะไรไว้ ชาตินี้ก็เลยทำเท่าที่ทำได้ เพราะชาติหน้าเกิดมาก็ลืมหมดแล้ว ว่าชาตินี้ทำอะไร แล้วเราค่อยทำใหม่ชาติหน้าก็แล้วกัน
ช่วงนี้ยังติดผู้ชายอยู่นะคะ ตอนนี้ดูได้ตอนที่ 12 แล้วมี 25 ตอน ถ้าดูจบแล้วพบกันใหม่ แต่เราก็คงทวีตเรื่อย ๆ (ติด twitter ด้วยแหล่ะ) 555555555555 บาย ๆ ฝันดีสำหรับวันนี้ค่ะ
21.51


อิ่มบุญด้วยจริงๆ
ปล.รูปสวยคร้า
#1 By Nart on 2009-10-31 22:06