ความเอย....ความรัก
posted on 21 Oct 2009 15:23 by noopau in officeว่าจะไม่อัพบล๊อกแล้ววันนี้ แต่มันมีเหตุ เฮ้ออออออออออออมา ๆ ๆล้อมวงเข้ามา มาช่วยกันกลุ้มใจหน่อยเร้ว
เมื่อวานนี้ พี่เลี้ยงมารายงานเราว่า ตูมกา(ช) กับแพท(ญ) แอบออกมาคุยกันในห้องกิจกรรมรวมตอนตี 3 เรียกมาสอบสวนแล้วได้ความว่าเอาโทรศัพท์มาคืนกัน
เราก็คิดว่าไม่น่าเป็นไปได้ แต่ก็คิดว่าไม่น่าจะมีเรื่องชู้สาวแน่นอนสำหรับเด็กสองคนนี้ เด็ก ๆ เราเลี้ยงมากับมือ ส่วนใหญ่จะรู้ว่าใครคิดยังไงกับใคร แล้วบ้านเราเปิดเผยเรื่องความรัก ใครเป็นแฟนกับใครไม่เคยห้ามไม่เคยว่า ได้แต่สอนว่าต้องทำตัวยังไง ต้องรู้สถานะตัวเองว่าตอนนี้เป็นอะไร สอนให้เห็นถึงความสวยงามของความรัก (แต่พี่ปอยังมองไม่เห็น กร๊ากกกกกกกก) อ่ะ ๆ เรื่องกลุ้มใจไม่ใช่หรอ นอกเรื่องอีกละเรา
เราก็ปรึกษากับพี่เลี้ยงว่า ไม่น่าเป็นเรื่องชู้สาว แต่ไม่ใช่แค่เรื่องเอาโทรศัพท์มาคืนแน่ เราคุยกับตูมกาถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เราได้แต่บอกว่า พี่ปอไม่รู้ว่าหนูคุยอะไรกับแพท แต่พี่ปอเชื่อว่าไม่ใช่เรื่องชู้สาว มีอะไรจะบอกมั้ย ตูมกาก้มหน้า ไม่พูด เราเลยได้แต่บอกว่า ถ้าหนูคิดว่าปรึกษากับแพทแล้วหนูหาทางออกได้พี่ปอก็ไม่ว่า
เมื่อเช้านี้นุ้ยพี่เลี้ยงเด็กมาเล่าให้ฟังว่าตูมกาไปเล่าให้ฟังแล้วว่ากลุ้มใจเรื่องอะไร เรื่องของเรื่องก็คือ เราพาเด็กไปเล่นดนตรีที่วัดทุกวันอาทิตย์ ตูมกาก็ไปเจอกับสาวนางนึงชื่อน้องออย เด็กม.2 แล้วเกิดปิ๊งปั๊งกันเข้า อิปอก็สนับสนุนลูกชายเต็มที่ ยุให้จีบ เด็กขอเบอร์โทรกันก็ไม่ว่า เด็กมาขอกล้องไปถ่ายรูปคู่ก็สนับสนุน ก็เราสอนเด็กว่าความรักเป็นเรื่องสวยงามนี่นา ของแบบนี้ห้ามกันได้ที่ไหน เราก็กลัวลูกชายเราหนีตามผู้หญิงสิถ้าโดนแม่มันกีดกัน
ผ่านไปสามอาทิตย์ความรักเริ่มสุกงอม ตูมกาเริ่มกลุ้มใจ คิดว่าถ้าเค้ารู้ว่าตัวเองติดเชื้อ HIV จะเป็นยังไง เค้าจะรับได้มั้ย แล้วตัวเองจะต้องทำยังไงต่อไป อยากบอกเค้าก็อยาก แต่กลัวคำตอบที่จะได้รับ เพื่อนอีกฝ่ายก็ยุว่าบอกไปเลย อีกฝ่ายก็บอกว่าอย่าบอก
เด็ก ๆ โดนสังคม(บางส่วน) ทำร้ายมาจนกลัวในสิ่งที่เป็น พวกเราก็ได้แต่พยายามทำให้เค้าเห็นว่า สังคม(อีกบางส่วน) ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เค้าคิด ตูมกาน้อยใจในโชคชะตา น้อยใจว่าทำไมต้องเกิดมาเป็นแบบนี้ แล้วทำไมความรักไม่ใช่เรื่องของคนสองคน ทำไมต้องมีคนอื่นมาเกี่ยวด้วย ทำไมต้องมีสังคม
พอนุ้ยเล่าเราก็ได้แต่อึ้ง ๆ ได้แต่กลุ้ม แต่ปล่อยไว้เฉย ๆ ก็ไม่ได้ เลยเรียกตูมกามาคุย
เราหาทางออกไม่ได้ก็ได้แต่บอกไปตามประสาที่เราจะคิดได้ ว่า ทำไมไม่คิดบวกล่ะลูก พี่ปอเคยบอกใช่มั้ย พวกหนูเกิดจากความรัก พ่อแม่ไม่ได้ตั้งใจให้พวกหนูเกิดมาเป็นแบบนี้ แต่พอเป็นแล้วทำไมเราไม่ทำในสิ่งที่เราเป็นให้ดีล่ะ ทำให้คนยอมรับให้ได้ ถ้าพวกหนูไม่เป็นแบบนี้แล้วเราก็ไม่ได้เจอกันสิ หนูไม่ได้เจอพี่ปอ ไม่ได้เจอป๊ะป๋า จะมีใครบ้างจะมีพี่น้องเยอะเท่าบ้านเรา เรามีพี่น้องตั้งแปดสิบเก้าสิบคน มีพ่อหลายคนมีแม่หลายคน ใครจะเป็นอย่างเราได้บ้าง
เราต้องทำให้ดี ต้องเป็นคนดี ต้องให้คนยอมรับ ว่าเป็นแบบเราก็เล่นดนตรีได้ ทำขนมได้ เรียนหนังสือได้ ดูสิเนี่ยเล่นดนตรีที่วัดแป๊บเดียวได้แฟนเลย ถ้าเล่นเก่งกว่านี้รับรองมีสาวอีกตรึม (พูดไปคิดไปว่าเด็กจะเข้าใจมะฟระ)
เรายกนิ้วขึ้นมานับให้เด็กดูว่ากว่าพี่ปอจะโตมาแบบนี้ พี่ปอมีแฟนมาตั้งหลายคน อายุแค่ 17 เดี๋ยวต้องเจอคนอีกเยอะ แต่คนที่จะมีนิยามเรื่องความรักเหมือนกับเราอ่ะหายากนะ (ตูมกาทำหน้างง) เราเลยบอกไปว่า รักของพี่ปอคือการเห็นคนที่เรารักมีความสุข ถ้าตูมกากับออยรักกันจริง ตูมกากับออยจะผ่านคำว่า HIV ไปได้ออยจะต้องยอมรับได้(แต่เพิ่ง 17 อ่ะนะ เราไม่ได้ดูถูกความรักของเด็ก 17 นะ แต่เราคิดว่าเด็กน่าจะไม่เข้าใจตรงนี้ เรื่องแบบนี้)
ตูมกาจำได้มั้ยตอนตูมกาจีบพี่เฟิร์ส(หลานเรา) ทำไมพี่ปอไม่ห้าม ตูมกาโทรหากันพี่ปอก็ไม่ว่า ตูมกาเขียนจดหมายรักหากันทำไมพี่ปอถึงเป็นคนยอมส่งจดหมายให้ เพราะทั้งตูมกาและพี่เฟิร์สเป็นคนที่พี่ปอรัก ถ้าหนูสองคนมีความสุขพี่ปอก็ต้องมีความสุข เรื่องของความรักมันเกี่ยวกับโชคชะตาด้วย ไม่ใช่ว่ารักแต่ละครั้งมันจะสมหวังเสมอไป
แต่ลองนึกย้อนไปตอนตัวอายุ 17 แล้วนึกดูนะ ว่าถ้าคุณเจอสถานการณ์แบบนี้แล้วคุณคิดว่าฟังเราแล้วจะเชื่อหรือเข้าใจมั้ย ยากค่ะ แต่เราก็ดีใจว่าอย่างน้อยก็ได้พูด อย่างน้อยก็ได้แสดงให้ตูมกาเห็นแล้วว่าพวกเราพร้อมที่จะรับฟัง เราบอกว่าถ้ามีอะไรก็ให้มาบอกพี่เลี้ยง มาบอกพี่ปอ อย่าคิดกันเองตัดสินใจกันเอง
เราพูดอะไรไปอีกเยอะแยะ แล้วตบท้ายว่า หนูอยากคุยกับหมอมั้ย(จิตแพทย์และทีมจิตวิทยาของศิริราช) เผื่อหมอมีทางออกที่ดีกว่าพี่ปอ เดี๋ยวพี่ปอให้ป้าตุ๊กมาคุยด้วยดีมั้ย ตูมกาจำป้าตุ๊กได้มั้ย ตูมกาก็บอกว่าจำได้ เราเลยบอกไปว่าเดี๋ยวป้าตุ๊กมาวันที่ 29 ต.ค. หนูอยากคุยมั้ย ตูมกาบอกว่าอยากคุย เราก็โล่งไป
ก่อนแยกจากกันเราถามตูมกาว่า หนูมีอะไรจะพูดกับพี่ปอมั้ย ตูมกาบอกว่า ผมจะทำยังไงดี ผมอยากบอกเค้า แต่ผมกลัวคำตอบ เราเลยถามว่าถ้ากลัวคำตอบแล้วทำไมอยากบอกเค้า ตูมกาบอกว่า ผมไม่อยากหลอกเค้า ไม่อยากให้เค้ามารู้ทีหลังว่าผมเป็นแบบนี้ ตูมกาพูดไปตัวก็สั่นไป สั่นเหมือนลูกนกตกน้ำ
อิปออึ้ง ใจนึงก็คิดว่าเราเลี้ยงเค้ามาดีใช่มั้ย ที่ทำให้เค้าจิตใจดีแบบนี้ อีกใจนึงก็สงสารเค้า ที่โชคชะตาทำให้เค้าเป็นแบบนี้
พอแยกจากตูมกาเราก็โทรหาป้าตุ๊ก เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง ป้าตุ๊กก็รับปากว่าจะช่วยหาทางและจัดการแก้ปัญหาให้ เราดีใจที่อย่างน้อยเด็ก ๆ บ้านเราชินกับการที่คุยกับทีมจิตวิทยา สำหรับพวกเรา สำหรับบ้านเรา เราพยายามทำเรื่องพวกนี้ให้เป็นเรื่องปกติ
เราไม่เคยปลูกฝังให้เด็กคิดว่าถ้าต้องคุยกับนักจิตวิทยาเป็นเรื่องผิดปกติ พวกเราไม่รู้สึกกันเลยเลยว่าคนบ้าเท่านั้นต้องพบจิตแพทย์
หลังจากนั้นเราก็คุยกับพวกพี่เลี้ยง นุ้ยเล่าให้เราฟังว่า นุ้ยถามตูมกาเรื่องเฟิร์ส ว่าทำไมถึงเลิกจีบเฟิร์ส ตูมกาบอกว่า ผมรักพี่ปอ ผมเป็นแบบนี้ ถ้าผมรักกับน้อง พี่ปอต้องเสียใจ ผมสงสารพี่ปอ ผมคุยกับน้องแบบพี่น้องแล้ว เอาไว้เป็นกำลังใจให้กัน อิปอน้ำตาแตก(แต่ก็รู้สึกดีใจที่ได้บอกตูมกาไปก่อนหน้านั้นแล้วว่า ถ้าสองคนรักกันพี่ปอก็ไม่ว่า)
ปกติปิดเทอมหลานๆ เรามักจะมาอยู่กับพวกเราเสมอ เราไม่เคยสอนให้หลายแปลกแยกจากเด็ก ๆ เราไม่เคยรู้สึกรังเกียจที่จะให้หลานเราเล่นกับเด็ก ๆ ที่นี่ เรารู้สึกดีใจที่เราให้ความรักและการเลี้ยงดูเด็ก ๆ จนเค้าคิดได้แบบนี้ ตูมกาไม่อยากทำร้ายใคร ไม่อยากสร้างภาระให้สังคม บาปบุญคุณโทษเด็กเรารู้หมด แล้วรู้จักสะกดกลั้นที่จะไม่ทำด้วย
อยากให้ผู้ใหญ่ที่ชอบบอกว่า "ดีชั่วรู้หมด แต่อดไม่ได้" มาได้ยินจังเลย อายเด็กมั้ยคะ
เฮ้อออออออออออออขอให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดีด้วยเถิด
ปรับโหมด ระหว่างที่พิมพ์เอนทรีนี้ เด็ก ๆ เดินกันมาเป็นระยะ ๆ ๆ เอาเงินมาฝากทำบุญระฆังกับเรา ฝากเอาเงินไปถวายวัด เงินที่เค้ามีก็เงินที่คนอื่นบริจาคมาแหล่ะค่ะ เค้าไปเบิกพี่เลี้ยงกันมา แล้วบอกว่าฝากพี่ปอทำบุญ ทำบุญกับพี่ปอ ชาติหน้าจะได้เกิดมาเจอกันอีก (อิปอน้ำตาแตกอีกแล้วค่ะ) เราก็ได้แต่ภาวนาในใจว่า อย่าเกิดมาเจอกันแบบนี้อีกเลย ขออย่าให้เกิดมาเป็นแบบนี้กันอีกเลยนะลูก
เด็กบางคนทำสิบบาท บางคนยี่สิบ บางคนสี่สิบ รวม ๆ แล้วเราได้เงินจากเด็ก ๆ เกือบพันค่ะ ดีใจจังเลย ดีใจมาก ความรัก คำสั่งสอนที่ให้พวกเค้าไป ไม่เปล่าประโยชน์ใช่มั้ยคะ เราไม่เหนื่อยฟรีใช่มั้ยคะ บอกได้เลยว่าสิ่งพวกนี้มีค่ามากกว่าเงิน
พี่ปอรักพวกหนูนะ
ปล. เราไม่ใช่คนเข้มแข็งอะไร แต่บางครั้งการร้องไห้ต่อหน้าเด็ก ๆ ก็ต้องคอยดูว่าตอนไหนที่ร้องได้หรือไม่ได้ อย่างตอนคุยกับตูมกาเราก็ต้องพยายามกลั้นน้ำตาเต็มที่ แต่ก็มีคลอ ๆ เป็นระยะ ๆ บางทีไหลออกมาก็ต้องรีบเช็ด และไม่ฟูมฟาย เพราะเราไม่อยากให้เด็กเห็นน้ำตา กลัวเค้าคิดว่า เราก็พึ่งไม่ได้ ถ้าเค้าพึ่งพวกเราไม่ได้ แล้วเค้าจะไปพึ่งใครล่ะ จริงมั้ย???
เป็นไงลูกชายคนโตเรา เท่ห์มั้ย เล่นเบสด้วยน๊าาาา
เอากล้องเราไปถ่ายรูปกับสาวเจ้า แล้วยังมาย้ำว่า เดี๋ยวผมจะเอาไปอัดนะห้ามลบทิ้ง
เท่ห์มั้ยคะลูกชายคนโตเรา เจาะหูข้างละ 3 รู อิแม่มันก็ไม่ว่า แต่ห้ามใส่ต่างหูไปโรงเรียนแค่นั้นเอง อยากเท่ห์แค่ไหนก็ทำไป แต่มีกรอบ มีกฎให้ อีกหน่อยสาวก็ตรึมแล้ว เฮ้ออออออออถ้าไม่ติดเรื่องที่เค้าเป็นอยู่นะ (ขอเซนเซอร์หน้าน้องออยนะคะ เกรงใจน้องเค้าไม่ได้ขอก่อน)
ปล. อีกรอบ ตอนนี้ 21.26 เพิ่งขึ้นบ้าน เดี๋ยวจะลงไปอีก เพราะว่าจะไม่อยู่หลายวัน วันนี้เลยฟิตนิดนึง ทำปาท่องโก๋ แพนเค้กให้เด็ก ๆ กิน แถมด้วยเค้กกล้วยหอม จริง ๆ แล้วจะไม่ทำหรอกค่ะเค้กกล้วยหอม พอดีรถบิณฑบาตเข้ามาพอดี มีกล้วยหอม เราก็เลยทำซ้าาาา ตอนนี้ยังอบไม่เสร็จ ให้เด็กเฝ้าอยู่ ไว้อาบน้ำเสร็จจะลงไปดู

